คนล้มอย่าข้าม อย่าข้ามคนล้ม
สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านที่รัก หลายท่านอาจจะเคยได้ยินหรือรู้จักกับสำนวนที่ว่า “คนล้มอย่าข้าม” และอาจจะสงสัยถึงที่มาของของสำนวนว่าเป็นอย่างไร แล้วทำไมถึงต้องกล่าวว่า “คนล้มอย่าข้าม” พจนานุกรมฉบับเฉลิมพระเกียรติ พ.ศ.๒๕๓๐ (๒๕๓๐, หน้า 341)ให้ความหมายว่า เป็นนาม แปลว่า คนดีตกต่ำอย่าดูถูก
ทำไมคนล้มแล้วอย่าข้าม สำนวนนี้มักกล่าวเพิ่มอีกว่า
“ไม้ล้มจึงข้าม” แปลว่า
คนดีที่ต้องตกต่ำซวนเซยากจนหรือหมดอำนาจเนื่องจากชีวิตผันแปรเปลี่ยนแปลงไป ไม่ควรจะลบหลู่ดูถูกเพราะคนดีจะกลับมาเฟื่องฟูขึ้นอีกได้ผิดกับไม้ที่ล้มแล้วข้ามได้
คนเราไม่มีใครไม่เคยทำผิดหรอกค่ะผู้อ่านเองก็เคยทำผิดพลาดมา แม้จะเป็นคนที่ดีที่สุดในโลกถูกหมดทุกอย่างต่างก็มีความผิดเกิดขึ้นในชีวิตทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ่และถ้ามีใครสักคนทำเรื่องผิดพลาดล่ะในฐานะที่อยู่ในจุดนั้นผู้อ่านจะทำอย่างไร แน่นอนว่าถ้าเป็นคนที่ผู้อ่านรักและเคารพ ผู้อ่านก็คงเข้าไปโอบอุ้ม ฉุดดึงขึ้นมา ปัดแข้งปัดขา ประคองและพยุง ให้เขาเดินต่อไปได้แน่นอนว่าคนเราล้มแล้วต้องลุกบางคนล้มแรงหน่อยเกิดแผลถลอกปอกเปิกเลือดตกยางออกต้องตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาเองอย่างยากลำบาก ผิดกับบางคนที่ล้มบนฟูกที่นอน นุ่มสบาย ตกลงมากี่ครั้งก็ไม่เจ็บปวด แถมมีคนคอยโอบอุ้ม ประคองเดินให้ลุกขึ้นมาอย่างสวยงามแต่ไม่ว่าจะต่างกันอย่างไรเมื่อล้มได้เราก็ลุกได้แน่นอนแต่จะนาน จะยาก จะง่าย นั่นก็แล้วแต่คน เชื่อแน่ว่าคนที่ล้มอยู่นั้นจะมองเห็นค่าของคนที่มาช่วยเขาพยุงลุกขึ้นได้มากกว่าคนไหนๆ เพราะคนเราจะวัดใจกันก็ในยามยากนั่นเอง ต่างจากคนที่ข้ามหรือเหยียบย่ำยามเขาล้ม ที่อาจจะได้เพียงความสะใจชั่วครู่ชั่วยาม แต่อาจจะต้องเสียใจกับการกระทำนั้นตลอดชีวิต เพราะอย่างที่บอกว่าไม่มีใครล้มอยู่ตลอดเวลา
คนเราทุกคนสามารถผิดพลาดได้ทั้งสิ้น
ขึ้นอยู่กับการมองความผิดพลาดนั้นให้เป็นประสบการณ์หรือเป็นปมปัญหาในชีวิต
ที่สำคัญการที่เราพลาดไม่ได้จะเป็นเรื่องที่เลยร้ายสักทีเดียวบางครั้งอาจจะทำให้เราได้มิตรแท้จากศัตรูเพิ่มขึ้นมาก็เป็นได้ดังคำสอนที่ว่า
“กว่าจะลุกก็ต้องผ่านจากการล้ม
กว่าจะคมก็ต้องผ่านจากการทื่อ
กว่าจะเก่งก็ต้องผ่านการฝึกปรือ
กว่าจะมีชื่อก็ต้องผ่านการอดทน”
(อภิชาต
ดำดี :
๒๕๕๑)
ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นคนที่คุณรักแค่ไหน หรือเกลียดเข้าไส้ การให้ความช่วยเหลือและไม่ซ้ำเติมเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งเพราะนอกจากจะทำให้คุณธรรมในจิตใจของคุณสูงขึ้นแล้วยังช่วยลดอคติในใจของฝ่ายตรงข้ามอีกด้วยเพราะหากนึกอยู่ เสมอว่าหากเราเป็นตกอยู่ในสถานการณ์แบบเขา เราคงไม่อยากให้ใครมาซ้ำเติม หรือดูถูกเหยียดหยามเป็นแน่เขาก็คงเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ตัดเอาอคติออกไปแล้วคิดแบบเอาใจเขามาใส่ใจเราแบบนี้ จะทำให้ระดับจิตใจของเราสูงขึ้นเยอะเพราะเราได้ก้าวข้ามกำแพงความขัดแย้งในจิตใจของเราออกได้อีกด้วย
ไม่มีใครล่วงรู้อนาคต
เพราะฉะนั้นเราบอกไม่ได้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างในภายภาคหน้า
การที่ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนนี่ล่ะทำให้คนที่แพ้ในวันนี้อาจจะเป็นคนที่ชนะในวันหน้าก็ได้
ในทางกลับกัน คนที่ชนะก็คงไม่ได้ชนะไปตลอดกาลสักวันหนึ่งต้องหยุดชนะหรือพ่ายแพ้ไปตามสัจธรรมของโลกแล้วลองนึกดูสิว่าหากเราหยาเหยียด
คนที่ล้มแพ้ในวันนี้ แต่ในวันหน้าเรากลับต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้บ้างนึกสภาพคงไม่สวยเท่าไหร่
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันสังคมไทยใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์เป็นส่วนมากผู้อ่านคงเคยพบเห็นกระแสข่าวที่เกิดจากความคึกคะนอง ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของนักแสดง นักร้อง รวมไปถึงบุคคลที่เรียกแทนตัวเองว่า เนตไอดอล
ที่ออกมาเผยพฤติกรรมด้านลบให้สาธารณะชนและเยาวชนเห็นอยู่เป็นจำนวนมาก
ผู้เขียนจึงขออนุญาตยกตัวอย่างพฤติกรรมของนักแสดงสาว ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะถ่ายรูปลงสื่อออนไลน์โดยเป็นภาพขณะเสพยาเสพติด
เธอเป็นบุคคลสาธารณะจะทำการสิ่งใดก็ย่อมมีผู้รับรู้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และรุมประณามการทำความผิดของเธอในครั้งนี้และถูกโจมตีด้วยถ้อยคำรุนแรงทำให้นักแสดงรุ่นพี่ออกมาปกป้องด้วยคำพูดที่ว่า
“คนล้มอย่าข้าม”
จนทำให้สังคมออนไลน์
พูดถึงกันอย่างมากและมีทั้งความเห็นทั้ง ทางบวก และลบ แต่ท้ายที่สุดสังคมก็ให้อภัยนักแสดงสาวคนดังกล่าว
เพื่อให้ปรับตัวอยู่ในสังคมอย่างสงบสุข
เราจะเห็นได้ว่า “คนล้มอย่าข้าม” นั้นเป็นคำกล่าวที่เกิดขึ้นจริงเพราะฉะนั้นเมื่อเราเห็นใครตกต่ำ
หรือได้รับความทุกข์อยู่นั้นเรา ถ้าเขาเป็นคนดีเราก็ไม่ควรไปดูถูกเขา
ดังคำกล่าวที่ว่า
“ทุกชีวิตย่อมมีวันตกต่ำ อย่าเหยียบย่ำซ้ำเติมชีวิตคนอื่น” ดังนั้นเมื่อมีคนล้มเราก็ไม่ควรซ้ำเติม...คนไทยจึงยึดถือสำนวน “คนล้มอย่าข้าม อย่าข้ามคนล้ม” เป็นคติประจำใจจวบจนปัจจุบัน...


ตรวจแล้ว
ตอบลบ